หน้าแรก เกร็ดความรู้ ความปลอดภัยจากสารเคมี Pregnancy กับการปฏิบัติงานในห้อง Laboratory

Pregnancy กับการปฏิบัติงานในห้อง Laboratory

E-mail Print PDF
( 0 Votes )

Pregnancy กับการปฏิบัติงานในห้อง Laboratory

ดร.ปวีณา เครือนิล

          มีคำถามที่กลุ่มจัดฝึกอบรมระยะสั้น ได้รับโทรศัพท์จากผู้สงสัยท่านหนึ่งว่า ... “ดิฉันกำลังท้องได้ 5 เดือนแล้ว ถ้ามาเข้ารับการฝึกอบรม หลักสูตรเทคนิคการเตรียมสารละลาย จะได้หรือไม่ จะปลอดภัยหรือไม่ อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาการเข้าร่วมค่ะ” ทางฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์เป็นผู้ชายก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะไม่เคยท้อง โชคดีมีผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการ In the house จึงเดินมาถามว่า

... “อาจารย์ครับ ผู้หญิงท้อง 5 เดือนมาทำแลบเตรียมสารละลายได้ไหมครับ” น่าสงสารอาจารย์จริงๆ เพราะอาจารย์เธอก็ไม่เคยแต่งงานและไม่เคยท้องกับเค้าซะด้วย อาจารย์จึงตอบไปว่า ... “อาจารย์ไม่เคยท้องนะค่ะ แต่เคยเห็นว่าผู้หญิงท้องมากกว่า 5 เดือนมาทำแลบได้เหมือนคนปกติ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแม่ว่ามีความแข็งแรงหรือไม่ การเดินหรือการยืนเป็นเวลานานจะมีปัญหาหรือไม่ ถ้าถามว่าสารที่ใช้มีความเป็นอันตรายต่อครรภ์หรือไม่นั้น สารเคมีทุกชนิดเป็นสารอันตรายทั้งสิ้นแต่จะเป็นอันตรายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณสารที่ได้รับ ร่างกายของคนเรามีความสามารถในการรับหรือสัมผัสสารได้ไม่เท่ากัน หญิงมีครรภ์ก็เช่นกันเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาก ร่างกายจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าคนปกติ ขอให้รับข้อคิดเห็นนี้ไปพิจารณา”

         เป็นคำตอบที่ตอบให้รับทราบถึงการประเมินความเสี่ยงด้วยตนเอง เพราะบ้านเรายังไม่มีมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้ปฏิบัติงานในห้องทดลองทางเคมีหรือมาตรฐานความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการทางเคมี และไม่มีข้อกำหนด/ข้อปฏิบัติว่าคนท้องกี่เดือนที่ไม่สามารถปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการได้ มีแต่ข้อแนะนำหรือข้อควรปฏิบัติที่กล่าวไว้อย่างคร่าวๆเท่านั้นเอง เราลองมาดูความปลอดภัยในห้องปฏิบัติการของต่างประเทศมีเขียนเกี่ยวข้องการปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการของหญิงที่ตั้งครรภ์ ตัวอย่างเช่น แนวปฏิบัติที่ดีของห้องปฏิบัติการมหาวิทยาลัย Princeton ประเทศสหรัฐอเมริกา

         “ Factors that influence the susceptibility of an individual to the effects of toxic substances include nutritional habits, physical condition, obesity, medical conditions, drinking and smoking, and pregnancy…A developing fetus may be more sensitive to some chemicals than its pregnant mother, particularly during the first twelve weeks of pregnancy, when the mother may not know she is pregnant. Proper handling of chemicals and use of protective equipment is especially important to reduce fetal exposure to chemicals…Laboratory workers who are contemplating pregnancy or are pregnant should review the toxicity of the chemicals in their laboratory and may consult with the departmental Chemical Hygiene Officer or EHS to determine whether any of the materials used in the laboratory pose additional risk during pregnancy”
Reference : http://web.princeton.edu/sites/ehs/labguide/sec_2.htm

         แปลความได้ว่า ปัจจัยเช่น นิสัยการกินอาหาร สภาพทางกายภาพ ความอ้วน โรคภัยที่มี การดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือการตั้งครรภ์ มีผลต่อร่างกายของแต่ละบุคคลในการรับผลกระทบจากสารเคมีอันตรายที่เป็นพิษ ... ในช่วง 12 สัปดาห์ของครรภ์ที่หญิงมีครรภ์ยังไม่ทราบว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่นั้น ลูกในท้องอาจจะไวต่อการรับสัมผัสสารบางชนิด มีความไวกว่าตัวผู้เป็นแม่ซึ่งอุ้มครรภ์เอง ดังนั้น ต้องมีการใช้สารเคมีและอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลอย่างถูกต้องและเหมาะสม เพื่อลดการสัมผัสที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการทางเคมีที่เตรียมตั้งครรภ์หรือกำลังตั้งครรภ์อยู่ควรพิจารณาความเป็นพิษของสารเคมีที่ใช้และอาจปรึกษาเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางสุขศาสตร์ เพื่อให้ทราบว่าสารที่ใช้ก่อให้เกิดความเสี่ยงและความเป็นอันตรายระหว่างตั้งครรภ์หรือไม่ ตัวอย่างสารที่อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ เช่น

 

         Reproductive toxins are chemicals that can affect the reproductive system, including mutagens (chromosomal damage) and embryotoxins (harm the fertilized egg or fetus). Some chemicals may cross the placenta, exposing the fetus. Reference: http://web.princeton.edu/sites/ehs/labpage/pregnancy.htm

         สารที่เป็นพิษต่อระบบสืบพันธ์ เช่น สารที่ทำลายโครโมโซม สารที่ทำลายไข่หรือทารกในครรภ์ สารเคมีบางชนิดสามารถผ่านไปสู่ทารกในครรภ์ได้

          ผู้หญิงมีครรภ์ที่สงสัยว่า สารเคมีในห้องปฏิบัติการของท่านมีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์หรือทารกในครรภ์หรือไม่ ท่านสามารถดูข้อมูลจาก (M)SDS ของสารเคมีที่ท่านใช้งานในห้องปฏิบัติการ ในการฝึกอบรมภาคปฏิบัติใน หลักสูตรเทคนิคการเตรียมสารละลาย ที่สำนักพัฒนาศักยภาพนักวิทยาศาสตร์ห้องปฏิบัติการจัดขึ้น มีการใช้สารเคมีซึ่งได้ตรวจสอบด้วยข้อมูลจาก (M)SDS แล้ว ไม่ระบุว่ามีผลกระทบต่อทารกในครรภ์ ถึงแม้ว่าสารบางชนิดที่ใช้มีข้อมูลว่ามีผลกระทบต่อทารกในครรภ์แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ยืนยันในสัตว์ทดลองเท่านั้น ยังไม่มีการยืนยันว่ามีผลกระทบต่อครรภ์มนุษย์

         ทั้งนี้ ขอแจ้งให้รับทราบในเบื้องต้นว่า การฝึกอบรมในหลักสูตรดังกล่าวอาจมีการรับสัมผัสปริมาณน้อยและในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น จึงไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเพราะห้องปฏิบัติการที่ใช้ในการฝึกอบรมอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเหมาะสม มีระบบระบายอากาศ ตู้ดูดควันที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอ ดังนั้นจึงช่วยป้องกันผู้เข้าร่วมฝึกอบรม รวมถึงการแจกอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลหรือ Personal Protective Equipment เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อช่วยป้องกันการรับสัมผัสสารเคมีด้วยเช่นกัน

Last Updated on Tuesday, 27 December 2011 18:21  

link to elearning dssPC ISO/IEC17024